หน้าแรก เกี่ยวกับแผนก บุคลากร หมวดวิชา หน่วยงานภายในวิทยาลัย แผนกวิชาต่างๆ ชาวอาชีวะภาคใต้
เมนู
เรื่องไทยๆ
สุขภาพ
เทคนิคเรียนเก่ง
                        
ประเทศไทยของเรา การเรียนต่อ

                 การเลือกตั้ง                                                                                 

                                                        


                                                                                             การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ถือกันว่าเหมาะสมดีที่สุดในปัจจุบัน
                                                               เพราะเป็นระบอบการปกครองที่ยอมรับสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชนโอกาสให้ประชาชนทุกคน
                                                               มีส่วนร่วมในการใช้อำนาจปกครองประเทศอย่างทั่วถึง และมีกลไกที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการผูกขาดอำนาจ
                                                              ทางการเมืองของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง วิธีการดำเนินการปกครองในระบอบประชาธิปไตย คือ ประชาชนมีอำนาจในการ
                                                              ปกครองตนเอง แต่ในทางปฏิบัติประชาชนทุกคนไม่สามารถจะเข้าไปร่วมปกครองประเทศได้จริง ๆ เพราะมีจำนวนมาก
                                                              จึงต้องใช้วิธีเลือกตัวแทนเข้าไปดำเนินการแทน ซึ่งอาจเลือกเข้าไปเป็นหัวหน้าคณะบริหารโดยตรงหรืออาจเลือกเข้าไปเป็น
                                                               คณะผู้ออกกฎหมาย สุดแท้แต่รูปแบบการปกครองของแต่ละประเทศที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญของประเทศนั้น ๆ                 
                                                               สำหรับประเทศไทย การเลือกตั้งผู้แทนประชาชน ได้แก่ การเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาไปใช้อำนาจ
                                                             
 นิติบัญญัติออกกฎหมายต่าง ๆ เพื่อนำมาปกครองประเทศ และเลือกสรรบุคคลจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นนายกรัฐมนตรี
                                                               ทำหน้าที่เป็นผู้นำคณะรัฐมนตรีบริหารราชการแผ่นดิน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา จึงทำให้ประชาชน
                                                               มีส่วนร่วมในการปกครองประเทศด้วยเหตุนี้เอง เมื่อมีกฎเกณฑ์หรือกฎหมายใด ๆ ผ่านสภาออกมาบังคับใช้ ประชาชนจะปฏิเสธ
                                                              ว่าตนไม่รู้เห็นหรือไม่เห็นชอบด้วยไม่ได้ เพราะผู้ออกกฎหมาย ก็คือตัวแทนของประชาชนนั่นเองนอกจากนี้ยังทำให้
                                                               คณะผู้บริหารหรือคณะรัฐมนตรีเข้ามาบริหารประเทศด้วยความชอบธรรมเพราะตัวแทนของประชาชน คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
                                                               เป็นผู้เลือกเข้ามา
                                                                                        ดังนั้น การเลือกตั้งจึงเป็นกระบวนการประชาธิปไตยที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะเป็นการแสดงเจตนารมณ์
                                                                ของประชาชนเจ้าของประเทศที่จะมอบความไว้วางใจให้ตัวแทนของตนไปทำหน้าที่ปกครองประเทศ
                                                   
                                                            หลักการของการเลือกตั้ง
                                                            การเลือกตั้งที่จะได้ผลสมดังเจตนารมณ์ของหลักประชาธิปไตยจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ ต่อไปนี้
                                                   
        1. มีอิสระ หมายถึง ให้ความเป็นอิสระในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง จะเลือกใครหรือไม่เลือกใครเลยก็ได้มีการป้องกัน
                                                            มิให้เกิดอำนาจอิทธิพลขู่บังคับผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งด้วยการลงคะแนนลับนับคะแนนเปิดเผย
                                                           
2. มีกำหนดเวลาที่แน่นอน หมายถึง กำหนดระยะเวลาการเลือกตั้งไว้แน่นอน เช่น กำหนดทุก ๆ4 ปี เป็นต้น
                                                   
        3. มีความยุติธรรม หมายถึง มีการดำเนินการเพื่อให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ และยุติธรรม
                                                             มีการวางมาตรการในการหาเสียง ลงคะแนน นับคะแนน ด้วยวิธีการรัดกุมและเปิดโอกาสให้มีการคัดค้านและนำไป
                                                            ฟ้องร้องต่อศาลได้
                                                   
        4. เปิดกว้าง หมายถึง เปิดกว้างตามหลักสากล ให้ประชาชนมีโอกาสใช้สิทธิโดยไม่จำกัดเพศว่าเป็นชายหรือหญิง
                                                             และไม่จำกัดฐานะทางสังคมและเศรษฐกิจ แม้จะมีบุคคลบางประเภทถูกจำกัดสิทธิอยู่บ้างเช่นเด็ก ผู้วิกลจริต ภิกษุสามเณร
                                                            ทั้งนี้เนื่องจากอยู่ในภาวะที่ไม่เหมาะสมแก่การเข้าร่วม กิจกรรมทางการเมือง
                                                   
        5. มีความเสมอภาค หมายถึง บุคคลมีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งได้คนละหนึ่งคะแนนเท่ากัน มีน้ำหนักเท่ากัน
                                                            ไม่ว่าผู้นั้นจะมีฐานะใดก็ตาม
                                                   
        6. มีความสะดวก หมายถึง จัดกระบวนการให้ประชาชนลงคะแนนเสียงโดยสะดวก ด้วยการแบ่งเขตเลือกตั้ง มีที่เลือกตั้งใกล้บ้าน
                                                             ใช้บัตรลงคะแนนที่กาเครื่องหมายได้ง่าย มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกสามารถที่จะรู้ผลได้รวดเร็ว

                                                                             รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 บัญญัติให้ผู้แทนปวงชนชาวไทยมี 2 ประเภท

                                                                             คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กับ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ซึ่งทั้ง สส. และ สว. มาจากการเลือกตั้ง
 

                                                            การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
                                                            ที่มาของ สส. และ สว.
                                                            สส.
500 คน และ สว. 200 คน มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด
                                                            สส.
500 คน มีที่มาจากการเลือกตั้ง 2 แบบ ได้แก่ การเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 คนและการเลือกตั้ง
                                                            แบบบัญชีรายชื่อ (
Party list ) 100 คน
                                                            จำนวน สส. และ สว. ในแต่ละจังหวัด จำนวน สส. และ สว. ในแต่ละจังหวัดจะมีจำนวนเท่าใด เ
                                                            เป็นไปตามสัดส่วนความมากน้อยของราษฎรในจังหวัดนั้น เทียบกับจำนวนราษฎรทั้งประเทศ
                                                            โดยถือหลักว่าอย่างน้อยแต่ละจังหวัดต้องมีสส.
1 คน และ สว. 1 คน

                                                            คุณสมบัติของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง
                                                           
1. มีสัญชาติไทย ผู้แปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
                                                   
        2. อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ในวันที่ 1 มกราคมของปีที่มีการเลือกตั้ง
                                                           
3. มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง ยกเว้นผู้ย้ายที่อยู่
                                                            ผู้ไปปฏิบัติราชการนอกเขตเลือกตั้ง และผู้อยู่ต่างประเทศ
                                                   
        4. ไม่มีลักษณะต้องห้ามอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง
                                                                       
วิกลจริต หรือ จิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ
                                                                       
-  เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช
                                                                       
-  ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
                                                                       
อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
 

                                                            สิทธิของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและเจ้าของบ้าน
                                                            1. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือเจ้าบ้านมีสิทธิยื่นคำร้องต่อ กกต. เขต เพื่อขอเพิ่มชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ
                                                            หรือ ขอให้ถอนชื่อผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิโดยยื่นก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน
                                                            ถ้าผู้ยื่นคำร้องยังไม่พอใจผลการวินิจฉัยของ กกต.เขตก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลได้อีก
                                                            2. เจ้าบ้านมีสิทธินำทะเบียนบ้านมายืนยันต่อ กกต. เขต หรือ กก. ประจำหน่วย ว่าบุคคลตามที่ปรากฎชื่อในบัญชีรายชื่อ
                                                            ไม่มีอยู่จริงในทะเบียนบ้านของตน ซึ่ง กกต. เขต หรือ กก. ประจำหน่วยจะมีคำสั่งถอนชื่อนั้น ๆ ออกจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
                         

                                                            ขั้นตอนการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ( สส.)
                                               
            1. แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยแสดงบัตรประจำตัว เช่น บัตรประชาชน บัตรข้าราชการ หรือบัตรหรือหลักฐานอื่น
                                                             ตามที่ กกต. ประกาศกำหนดบัตรประชาชนที่หมดอายุแล้วใช้เลือกตั้งได้ แต่บัตรอื่นๆ ต้องยังไม่หมดอายุ
                                                           
2. กรรมการตรวจสอบหลักฐานและให้ผู้มาลงคะแนนลงชื่อ เมื่อกรรมการตรวจสอบหลักฐานแล้วจะอ่านชื่อและที่อยู่ดัง ๆ
                                                             ถ้าไม่มีผู้ใดทักท้วงก็จะให้ผู้มาลงคะแนน ลงลายมือชื่อ หรือพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ถ้ามีการทักท้วง
                                                            เช่น ทักท้วงว่าผิดตัวกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจะวินิจฉัยชี้ขาด
                                               
            3. พิมพ์มือรับบัตร ผู้มาลงคะแนนพิมพ์ลายนิ้วหัวแม่มือขวาที่ต้นขั้วของบัตร แล้วรับบัตรที่จะใช้ลงคะแนนเสียงบัตรเลือกตั้ง
                                                             สส. มี
2 ใบใช้สีต่างกัน ใบหนึ่งสำหรับเลือกผู้สมัครแบบแบ่งเขตมีหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร และช่องทำเครื่องหมาย
                                                            อีกใบหนึ่งสำหรับเลือกบัญชีรายชื่อพรรคมีเลขหมายประจำพรรคการเมือง ช่องทำเครื่องหมาย รูปเครื่องหมายพรรคการเมือง
                                                             และชื่อพรรคการเมืองบัตรทั้งสองชนิดนี้ ทางมุมบนด้านขวามี ช่องไม่ลงคะแนน
                                                            4. เข้าคูหาเพื่อทำเครื่องหมายกากบาท ที่ต้องให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งเข้าไปกากบาทในคูหา ก็เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ใช้สิทธิ
                                                            ได้ออกเสียงโดยลับตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้ว เพราะไม่มีผู้ใดทราบได้ว่าผู้ใช้สิทธิเลือกหมายเลขใด

                                                            เลือก สส. แบบแบ่งเขต และเลือก สว.
                                                            ผู้ลงคะแนนทำเครื่องหมายกากบาทในช่องทำเครื่องหมาย ของหมายเลขที่ต้องการเลือกเพียง1 หมายเลขเท่านั้น
                                                            จึงต้องจดจำให้ได้ว่าจะลงคะแนนให้หมายเลขใด เมื่อกาไปแล้วจะขีดฆ่าแก้ไขไม่ได้ในกรณีที่ไม่ต้องการเลือกใครเลย
                                                            ให้ทำเครื่องหมายกากบาทใน ช่องไม่ลงคะแนน ถ้าปล่อยให้บัตรว่างไว้บัตรนั้นจะเป็นบัตรเสีย

                                                            เลือก สส. แบบบัญชีรายชื่อ
                                                            ให้ทำเครื่องหมายกากบาทเลือกได้ 1 พรรค หรือ 1 หมายเลขเช่นเดียวกันหมายเลขของพรรคจะตรงกับหมายเลขประจำตัว
                                                            ผู้สมัครของพรรคนั้น ในกรณีที่ไม่ต้องการเลือกพรรคใด หรือในกรณีที่พรรคการเมืองที่ต้องการเลือกไม่ได้ส่ง สส.
                                                            แบบบัญชีรายชื่อ ให้ทำเครื่องหมายกากบาทในช่องไม่ลงคะแนน เพื่อมิให้บัตรเป็นบัตรเสียการกากบาทในบัตรเลือกตั้ง
                                                           จะต้องขีดเป็นเส้นตรง 2 เส้นให้ตัดกัน เช่น
x ลงในช่องทำเครื่องหมายที่ตรงกับหมายเลขที่จะเลือก หรือใน ช่องไม่ลงคะแนน
                                                          ช่องใดช่องหนึ่งเพียงแห่งเดียวเท่านั้น และมิให้ขีดเขียนใด ๆ ลงในบัตรอีก
                                                          5. นำบัตรเลือกตั้งใส่ลงในหีบบัตร ผู้มาเลือกตั้งพับบัตรที่ทำเครื่องหมายแล้ว ถือออกมาหย่อนลงในหีบบัตรเลือกตั้ง
                                                          ด้วยตนเองทีละใบ จะนำบัตรออกจากที่เลือกตั้งไม่ได้ มิฉะนั้นจะมีความผิดเวลาเลือกตั้ง 8.00 น. ถึง 15.00 น.

                                                                

                                                                                                                                                                                                ขอขอบคุณข้อมูลจาก
                                                                                                                                http://www.ayutthaya.police.go.th/